โลกหลากสี

posted on 09 May 2010 14:35 by lilinjang in story

                ฉันอยู่ท่ามกลางโลกที่ทาฉาบด้วยสีดำ มืดสนิท อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว เดียวดาย หนาวเหน็บ และเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ

                .....

                ครั้งหนึ่ง ฉันเคยอยู่ในโลกแห่งแสงสี

ครั้งหนึ่ง ฉันเคยอยู่ในโลกสีเทา

                ครั้งหนึ่ง ฉันเคยอยู่ในโลกสีแดง-เหลือง

                ครั้งหนึ่ง ฉันเคยอยู่ในโลกแห่งสีสัน

                และครั้งหนึ่ง ฉันเคยอยู่ในโลกสีขาวบริสุทธิ์

เมื่อแรกลืมตาดูโลก รอบกายมีเพียงความขาวโพลนราวหิมะ ไร้รูป ไร้รส ไร้กลิ่น  ไร้สี  มีเพียงโลกสีขาวพิสุทธิ์ที่ฉันรู้จัก กับความอบอุ่น และความเอิบอิ่มใจซึ่งไม่ทราบที่มา

แล้ววันหนึ่ง เหมือนมีคนจรดปลายพู่กันลงบนท้องฟ้าสีขาว แต่งแต้มมันโดยที่ฉันไม่รู้ตัว เป็นเส้นสีแดงสดที่คาดผ่านโลกสีขาว เส้นสีขาวเรียงชิดติดมา ตามด้วยสีน้ำเงินแถบใหญ่กว่าสีอื่นๆ ปิดท้ายด้วยเส้นสีขาวและสีแดงตามลำดับ

ฉันมองเส้นสีเหล่านั้นอย่างไม่เข้าใจ พวกเขาเพียงบอกฉันว่า นั่นคือเส้นสีห้าเส้น ที่จะลอยอยู่เหนือหัวฉันตลอดไป จะคาดผ่านโลกสีขาวของฉันเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม และเมื่อฉันเติบโตขึ้น ไม่ว่าสีสันรอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เส้นสีห้าเส้นนั้น ไม่เคยจางไปจากโลกหลากสีของฉัน

ฉันจึงเติบโตขึ้นมาท่ามกลางโลกสีขาวอันอบอุ่น ที่แต่งแต้มด้วยเส้นสีห้าเส้นนั้น และสีอื่นๆอีกมากมายก็เริ่มพร่างพรูเข้าสู่โลกสีขาวของฉันเมื่อวันเวลาผ่านไป ทั้งสีเขียว สีแดง สีฟ้า สีม่วง สีส้ม สีชมพู ฯลฯ

โลกสีขาวของฉันจึงเปลี่ยนไปเป็นโลกแห่งสีสัน ฉันเริงร่าอยู่กับดาวดวงน้อยเปล่งประกายนับร้อยดวงที่พร่างพราวบนท้องฟ้า มันเป็นดวงดาวที่มาพร้อมกับสีสันและความฝัน และทุกสิ่งหมุนรอบตัวฉัน โลกในวันนั้น ผ่านไปอย่างมีความสุขเหลือเกิน

ทว่าการเปลี่ยนแปลงมาเยี่ยมเยียนเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ความอบอุ่นที่ฉันเคยได้รับแปรเปลี่ยนไป บางครั้งฉันรู้สึกว่ามันเย็นชาเหลือแสน และบางครั้งก็อบอุ่นมากเกินไป มากจนกลายเป็นร้อนรุ่ม สีสันรอบกายที่เคยดูน่าตื่นตาตื่นใจและสนุกสนาน กลับแลดูน่าเหนื่อยหน่ายและไร้สาระ ดวงดาวที่เคยพราวระยับคล้ายจะหรี่แสงลง และอยู่ไกลจนเอื้อมไม่ถึง

สีสันแปลกๆเริ่มเข้ามาในโลกของฉัน สีเทาหม่น สีน้ำตาลเข้ม สีดำสนิท สีขมุกขมัวมากมาย มันพาความอึมครึมมาสู่โลกของฉัน กลืนกินสีสันที่เคยสดใส สีแดงสดกลายเป็นสีแดงหม่น สีฟ้าใสแปดเปื้อนด้วยรอยด่างดำ ทุกสรรพสีล้วนหมองหม่น ฉันเริ่มรู้สึก ว่าอยู่ไกลของโลกสีขาวใบเดิมเหลือเกิน

กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ฉันนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ ณ มุมมืดมุมหนึ่งของโลกสีหม่น ใครบางคนก็สาดสีเหลืองสดเข้ามาใส่โลกของฉัน ไม่นานก็มีคนสาดสีแดงฉานตามเข้ามา ทว่าทั้งสองสีหาได้ผสมกลมกลืนกันอย่างเคย มันกลับต่อสู้กัน มนสายตาของฉัน สีทั้งสองกำลังจะกลืนกินกันให้หมดไปข้างหนึ่ง ทั้งสองปะทะกันรุนแรงและยาวนานเหลือเกิน แล้วสีอื่นๆก็เริ่มสาดตามเข้ามา สีแล้วสีเล่า สีเขียว สีน้ำเงิน สีขาว สีชมพู สีดำ

บางครั้งคล้ายกับว่าหลากสีเหล่านั้นแบ่งเป็นสองฝ่าย ต่อสู้ห้ำหั่นกันดุเดือด แต่บางครั้งก็เหมือนกับทุกสีต่างก็ปะทะกันเอง กระทั่งสีเดียวกันที่เป็นคนละเฉดสี ก็ยังต่อสู้กันให้ฉันเห็น สงครามสีนั้นเนิ่นนานเหลือเกิน รุนแรงเหลือเกิน เกินกว่าที่คนๆหนึ่งจะทนไหว

ในที่สุด ฉันตัดสินใจละทิ้งทุกอย่าง ขับไล่สีทุกสีออกไปจากโลกของฉัน ไม่รับรู้ ไม่สนใจ ไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของสีเหล่านั้นอีกแล้ว โลกของฉันเหลือเพียงสีเทาหม่น ทุกอย่างดูอึมครึม พร่ามัว และไม่ชัดเจน แต่ก็มีหนทางที่น่าเหนื่อยหน่ายให้ดำเนินไป ยังมีโลกให้ฉันอาศัยอยู่

แม้จะไม่ชอบโลกใบนี้เท่าไรนัก แต่มันก็ยังดีกว่าโลกใบเก่าที่ฉันสลักทิ้งไป ในห้วงเวลานี้ ฉันทำได้เพียงนั่งอยู่เฉยๆ และหวังว่าสักวัน อะไรต่อมิอะไรจะดีขึ้น

วันเวลาที่ผ่านไปเนิ่นนานกว่าสิ่งที่ฉันเฝ้ารอจะปรากฏกาย

ดาวดวงน้อยเหล่านั้น กลับมาเปล่งประกายระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้าไกล

ฉันก้าวผ่านโลกของฉัน หมายจะเดินเข้าไปหาความฝันที่เคยวิ่งวนรอบตัวฉัน เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ทว่าระยะทางนั้นไกลแสนไกลและยากลำบากนัก ฉันจึงต้องสรรหาวิธีมากมาย ตะเกียกตะกายเพื่อไปให้ถึงจุดหมายนั้นโดยเร็ว ก่อนที่ถูกใครอื่นที่หมายดาวดวงเดียวกับฉันแย่งชิงความฝันของฉันไป

ฉันไม่เคยรู้ว่าสีสันต่างๆในโลกของฉันมาจากไหน แต่แล้ววันหนึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในคนที่ผสมสีเหล่านั้นด้วยตัวเอง เพื่อสร้างหนทางที่จะมุ่งสู่ดาวระยิบระยับเหล่านั้นให้ได้

และแล้ว....ฉันก็ไปถึง

 โลกสีเทาหม่นเปลี่ยนไปเป็นโลกแห่งแสงสี มันไม่เหมือนโลกแห่งสีสันที่ทุกอย่างดูสดใสและสดชื่น ไร้ความกังวลใดๆทั้งสิ้น แต่ในโลกแห่งแสงสี ทุกอย่างดูเปล่งประกายก็จริง แต่บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ตามท้องถนนเกลื่อนกลาดไปด้วยความอิจฉาริษยา ทุกคนโอบประคองดาวดวงน้อยไว้ในอุ้งมือ พยายามให้มันเปล่งประกายมากกว่าเดิม และคอยระวังระไวไม่ให้ใครแย่งมันไปจากสองมือ

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกแห่งแสงสีล้วนจอมปลอม ถ้าขาดดาวในมือ หรือประกายดาวนั้นดับไป โลกแห่งแสงสีก็ดับตามไปด้วย นี่ไม่ใช่โลกที่ฉันฝันเอาไว้เลย มันมีเพียงความสุขชั่วครู่ กับความสำเร็จที่หลอกตา ฉันต้องสละทุกวินาทีในชีวิตเพื่อรักษาดวงดาวของฉันเอาไว้ ดวงดาวที่ดูแปลกตาไปจากเดิม และไม่งดงามอย่างที่ฉันเคยมองเห็นในความฝัน

แต่แล้ววันหนึ่ง...ดาวจรัสแสงในมือของฉันก็ดับลง

ฉันตกอยู่ในความมืดมิด และเงียบงัน ทุกสิ่งทุกอย่างจากไป แม้แต่เส้นสีห้าเส้นที่เคยอยู่ในโลกของฉันเสมอหาก็หายไป ฉันไม่เหลืออะไรเลย นอกจากโลกที่ทาฉาบด้วยสีดำ

......

                ฉันอยู่ท่ามกลางโลกที่ทาฉาบด้วยสีดำ มืดสนิท อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว เดียวดาย หนาวเหน็บ และเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ

                ฉันนอนแผ่ลงบนโลกสีดำ ฝันถึงโลกสีขาวอันอบอุ่นและเป็นสุข หวนคำนึงถึงโลกแห่งสีสันอันสดใส โลกแต่ละใบนั้นห่างไกลออกไปเหลือเกิน รางเลือนราวกับห้วงเวลานั้นเป็นเพียงความฝัน ไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ ในชั่ววินาทีนี้ ไม่อยากจะมุ่งหน้าไปหาดวงดาวจอมปลอมอีกแล้ว เพียงแค่อยากจะกลับไป ณ โลกสีขาวอันอบอุ่นใบนั้น

                สิ้นความฝันอันเลือนราง

                ดาวดวงน้อยบนฟ้าไกลเปล่งประกายระยับจับตา มองเห็นมันวิ่งวน เริงร่าอยู่ลิบๆ พร้อมกระซิบบอกกับฉัน ถึงหนทางที่จะหวนสู่บ้านเก่า

                ฉันยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน เริ่มก้าวเดินอย่างช้าๆทว่ามั่นคง มุ่งไปข้างหน้าสู่จุดหมายใหม่...อีกครั้ง....

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องสั้นที่เขียนขึ้นเมื่อนานมาแล้วค่ะ

ไปขุดเจอในสมุด

เลยเอามาอัพแก้อาการดองเค็ม แหะๆ

edit @ 31 Jan 2015 12:13:08 by Waterlily

Comment

Comment:

Tweet

comment5, àíàë çíàêîìñòâà â ñåâàñòîïîëå, çíàêîìñòâà ñ äåâóøêàìè.ñåêñ áåç îáèçàòåëüñòâ èäåíåê, çíàêîìñòâà ïî àðòåìó,

#484 By Qcrkvdsb (93.174.93.154) on 2010-07-09 20:05

comment3, ãäå ïîçíàêîìèòüñÿ â ÿðîñëàâëå, çíàêîìñòâà ñ ìóæ÷èíàìè àçåðáàéäæàí ëåíêîðàíü, çíàêîìñòâà äëÿ ñåêñà ÷àéêîâñêèé, çíàêîìñòâî áîãäàíîâè÷,

#483 By Gedcisah (93.174.93.154) on 2010-07-09 19:31

comment2, èíòèì çà äåíüãè áåëàðóñü, çíàêîìñòâà æåíùèí çà 30, çíàêîìñòâà íîâîñèáèðñê ñîçäàòü,