ด.ญ.สามฤดู

posted on 20 Sep 2009 21:12 by lilinjang in story

                กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว กาลครั้งนั้น ด.ญ.จ้อย มีอายุได้ 10 ปี เธอมีใบหน้ากลม กับดวงตากลมโต ที่กลมยิ่งกว่าใบหน้าของเธอ เธอมีจมูกเล็กๆอยู่ตรงกลางของใบหน้า กับปากเล็กๆสีชมพูที่เหยียดตรงอยู่เสมอ เวลา ด.ญ.จ้อยดีใจ ใบหน้าของเธอจะกลม และดวงตาของเธอก็จะกลมโต ซึ่งกลมยิ่งกว่าใบหน้าของเธอเสียอีก จมูกเล็กๆของเธอก็จะอยู่ตรงกลางของใบหน้า และปากเล็กๆสีชมพูก็ยังคงเหยียดตรง เวลาที่ ด.ญ.จ้อยรู้สึกเศร้า เหงา เซ็ง เบื่อ ใบหน้าของเธอก็จะกลม และดวงตาของเธอก็จะกลมโต และกลมยิ่งกว่าใบหน้าของเธอเสียอีก จมูกเล็กๆของเธอยังคงอยู่ตรงกลางใบหน้า และปากเล็กๆสีชมพูของเธอก็ยังคงเหยียดตรง แม้กระทั่งเวลาที่ด.ญ.จ้อยรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจใคร ใบหน้าของเธอก็ยังคงกลม ดวงตาของเธอก็ยังคงกลมโต และกลมกว่าใบหน้าของเธอเสียอีก รวมถึงจมูกเล็กๆของเธอก็ยังอยู่ตรงกลางใบหน้า และปากสีชมพูของเธอก็ยังเหยียดตรงอยู่เสมอ

                จึงไม่มีใครๆเข้าใจว่าด.ญ.จ้อยกำลังคิด หรือรู้สึกอะไรอยู่ เพราะไม่ว่าด.ญ.จ้อยจะดีใจ เสียใจ หรือเศร้าใจ ใบหน้าของด.ญ.จ้อยก็ยังคงกลม ดวงตาของด.ญ.จ้อยก็ยังคงกลมโตและกลมยิ่งกว่าใบหน้าของเธอเสียอีก จมูกของด.ญ.จ้อยยังคงอยู่ตรงกลางไม่ได้ขยับไปไหน และปากขอด.ญ.จ้อยก็ยังคงเป็นสีชมพูที่เหยียดตรงอยู่เสมอ

                วันหนึ่ง ด.ญ.จ้อยกำลังรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกอันไม่สลับซับซ้อนของเธอ เธอจึงเดินทางไปยังป่าอาเวค เพื่อตามหาความรู้สึกที่เธอไม่สามารถแสดงออก แล้วด.ญ.จ้อยก็ได้พบกับเทพยดานามว่า พิชาน ซึ่งยื่นข้อเสนอในการแสดงความรู้สึกให้เธอ โดยเธอจะต้องงมขวานจากในแม่น้ำที่เชี่ยวกรากขึ้นมาสามด้าม เพื่อแลกกับการแสดงออกถึงความรู้สึกที่เธอจะได้รับ ด.ญ.จ้อยตอบตกลง และกระโดดลงไปในแม่น้ำเพื่องมขวานขึ้นมา 3 ด้าม ทว่าแม่น้ำเชี่ยวกรากเกินกว่าเธอจะดำลงไปถึงขวานสามด้ามที่นอนแน่นิ่งอยู่ สายน้ำพัดพาด.ญ.จ้อยถึงร้านขายอาวุธแห่งหนึ่ง ด.ญ.จ้อยจึงตัดสินใจซื้อขวาน 3 ด้ามจากพ่อค้า (ซึ่งด.ญ.จ้อยรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างไรก็บอกไม่ถูก) และนำกลับไปในเทพพิชาน (ซึ่งหน้าตาคล้ายพ่อค้าขายอาวุธเหลือเกิน) แล้วเทพพิชานก็มอบการแสดงความรู้สึกให้กับด.ญ.จ้อย

                เดือนเมษายน ด.ญ.จ้อยเดินทางกลับมาถึงบ้านด้วยหัวใจที่เบิกบาน ทุกคนต้อนรับเธออย่างอบอุ่นและดีใจที่เธอกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ด.ญ.จ้อยรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงกลม และดวงตาของเธอก็ยังโตและกลมยิ่งกว่าใบหน้าของเธอ จมูกเล็กๆของเธอไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน และปากสีชมพูของเธอก็ยังคงเหยียดตรง ด.ญ.จ้อยเริ่มสงสัยว่าการแสดงความรู้สึกที่เธอได้มา คงจะเป็นของเก๊เสียแล้ว ด.ญ.จ้อยคิดโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ลมหนาวยะเยือกวูบหนึ่งได้พัดผ่านเข้ามาในบ้านของเธอ

                วันรุ่งขึ้นด.ญ.จ้อยก็เชื่อสนิทใจว่าเธอยังคงแสดงความรู้สึกไม่ได้เหมือนอย่างเคย เธอรู้สึกโกรธเทพยดาจอมปลอมตนนั้นเหลือเกิน แล้วจู่ๆอากาศก็เริ่มร้อน ร้อนกว่าปกติ และร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้อน ด.ญ.จ้อยเริ่มสงสัยว่าเธอใช้ถุงพลาสติกมากไปหรืออย่างไร วันนี้องศารอบกายเธอถึงสูงขึ้นเร็วนัก ด.ญ.จ้อยเดินเข้าไปในห้องสมุด หวังจะใช้เป็นแหล่งกำบังตนจากความร้อนระอุ ทว่าน่าประหลาดใจ ไม่ว่าด.ญ.จ้อยจะเดินไปทางไหน ความร้อนนรกแตกก็ยังติดตามเธอไปไม่ห่างหาย

                ในที่สุดด.ญ.จ้อยก็ระงับความโกรธของเธอได้ ความเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นความเศร้าเสียใจ ที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกได้ แล้วความร้อนรอบกายของเธอก็เปลี่ยนไป สายฝนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ทั้งๆที่ท้องฟ้าโปร่ง ไร้วี่แววของก้อนเมฆ แต่สายฝนก็ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ด.ญ.จ้อยหยุดความเศร้าใจของตนเองไว้และมองสายฝนด้วยความประหลาดใจ พอด.ญ.จ้อยหยุด สายฝนก็หยุด แล้วความเศร้าก็เข้ามาเกาะกุมหัวใจอักครั้ง สายฝนก็โปรยปรายลงมาอีก คราวนี้หนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่พอด.ญ.จ้อยหยุดความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ฝนก็หยุด

                หัวใจของด.ญ.จ้อยพองโตเมื่อพบว่าในที่สุดเธอก็สามารถแสดงความรู้สึกได้อย่างคนอื่นๆแล้ว ลมหนาวเสียดกระดูกพัดผ่านมาพร้อมกับความสุขใจของเธอ ด.ญ.จ้อยนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครต่อใครฟัง และทุกคนก็ร่วมยินดีไปกับเธอ ที่การเดินทางในครั้งนี้ไม่สูญเปล่า นับจากวันนั้น ถ้าด.ญ.จ้อยมีความสุข อากาศจะหนาวเย็น ถ้าด.ญ.จ้อยโกรธ อากาศรอบกายจะร้อนระอุ แต่ถ้าเธอเศร้า สายฝนจะโปรยปรายลงมาแทนน้ำตาที่จะไหลจากดวงตากลมโตที่กลมยิ่งกว่าใบหน้าของเธอ

                วันหนึ่งโทรทัศน์ช่อง 0 ติดต่อด.ญ.จ้อยไปแสดงความรู้สึกในรายการ มันแปล๊กดีเนอะ ด.ญ.จ้อยรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก และรีบวิ่งไปบอกข่าวกับเพื่อนๆของเธอ ทว่าพอเธอวิ่งไปถึงห้องเรียน ด.ญ.จ้อยก็ต้องหยุดชะงัก อากาศหนาวเหลือเกิน หนาวเพราะความดีใจของด.ญ.จ้อย หนาวจนเพื่อนๆของเธอตัวสั่นเป็นลูกนก และหนาวจนลูกหมาตัวน้อยนอนแข็งตายอยู่หน้าห้องเรียน ด.ญ.จ้อยรู้สึกโกรธรายการมันแปล๊กดีเนอะมาก ที่ทำให้เธอดีใจจนลูกหมาต้องแข็งตาย อากาศที่หนาวเย็นจึงเปลี่ยนเป็นร้อนระอุในฉับพลันทันใด ร้อนจนเพื่อนๆของเธอเหงื่อแตกพลั่กๆ และร่างไร้ชีวิตของลูกหมาน้อยก็เริ่มไหม้เกรียม และแล้วเพื่อนๆก็เริ่มตะโกนต่อว่าเธอ ที่ทำให้หมาน้อยที่หนาวตายอย่างน่าสงสาร แถมยังย่างสดมันอย่างโหดร้าย ด.ญ.จ้อยจึงเสียใจจนสายฝนกระหน่ำลงมา และกลายเป็นพายุที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย หยดน้ำกระเซ็นมาถูกร่างไร้ชีวิตที่ไหม้เกรียมของหมาน้อยดัง ฉ่า ฉ่า หลังคาของอาคารเรียนหลุดปลิวไปดังสายลม อาคารเรียนเก่าๆเริ่มจะโยกไปมาอย่างโคลงเคลง

                ด.ญ.จ้อยวิ่งหนีทุกสิ่งทุกอย่างไปยังป่าอาเวค และตะโกนตามหาเทพพิชาน ท่าเทพจึงปรากฏตัวขึ้นพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษในการควบคุมอารมณ์ของเธอ แต่ด.ญ.จ้อยไม่สนใจ เธอไม่ต้องการแสดงความรู้สึกให้ใครๆรู้อีกต่อไป เทพพิชานจึงตอบตกลงและยึดการแสดงความรู้สึกสุดพิเศษกลับไป

                นับจากวันนั้นไม่ว่า ด.ญ.จ้อยจะโกรธ ดีใจ เศร้า เหงา เบื่อหรือเซ็ง เธอก็จะมีใบหน้ากลมๆและดวงตาโตที่กลมยิ่งกว่าใบหน้าของเธอเสียอีก กับจมูกเล็กๆที่อยู่ตรงกลางใบหน้า กับปากสีชมพูที่เหยียดตรงอยู่เสมอ แต่ทุกคนๆก็รู้ว่าด.ญ.จ้อยรู้สึกอย่างไร เพราะเวลาที่ด.ญ.จ้อยโกรธ เธอจะพูดว่า “โกรธ” ถ้าเธอเศร้า เธอจะพูดว่า “เศร้า” ถ้าเธอดีใจ เธอก็จะพูดว่า “ดีใจ” ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจความรู้สึกของด.ญ.จ้อย และทุกคนก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดมา

 

*****************************************

อยู่ในภาวะเบื่อ เศร้า เหงา เซ็ง

เป็นอะไรไม่รู้

แต่อาการดูคล้ายๆกับคนบ้า

พี่ชายเลยสั่งให้เขียนเรื่องสั้นหนึ่งเรื่อง

แต่ไหงออกมาเป็นนิทานได้ไงก็ไม่รู้

อาจจะเป็นเพราะ จขบ.ชอบการเริ่มต้นแบบ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.....

และจบลงด้วย.....อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข.....ล่ะมั้ง

**************************************

ป.ล.นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไรก็ไม่รู้

แต่ถ้าจขบ.เขียนเรื่องนี้จบแล้วอยากจะบอกใครหลายๆคนว่า

คิดอย่างไรก็พูดๆมันออกมาเถอะ....เดาใจคนไม่ถูกเฟ้ย

Comment

Comment:

Tweet

ชอบใจความของเรื่องนี้จังเลยครับ..

"คิดยังไง ก็พูดออกไปเถอะ" big smile big smile big smile

#4 By kriangkrai on 2009-09-21 15:02

นิทานแวนี้ไคยอ่านเลยอะ
ชอบค่ะ ๆ
แต่ ด.ญ. จ้อยคงจะเซ็งหน้าดู
วัน ๆ มีอยู่หน้าเดียว





ตอนนี้เรากำลังวาดการ์ตูนอยู่
อย่าลืมแวะไปอ่านอีกรอบนะค่ะ big smile

#3 By PUNPUN S' on 2009-09-21 08:21

Hot! [hot
ชอบจังค่ะ

เราก็เป็นคนไม่กล้าพูดแฮะ

พยายามทำหน้าตายเหมือนกันค่ะ แต่หน้ามันจะบูดๆเบี้ยวๆไปตามอารมณ์นี่สิ
(คือกลั้นยิ้มหรือกลั้นอาการเบ้ปากไม่อยู่นั่นเองsad smile )

#2 By 【a-d-i-o-s】 on 2009-09-20 21:45

อืมมม

อย่างงั้นก็ดีเหมือนกันนะconfused smile

#1 By Ruchesmowse on 2009-09-20 21:26