"12วิธี ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ท่ามกลางโลกที่สับสนและวุ่นวายใบนี้

ทั้งโลกร้อน สอบตก แฟนทิ้ง เศรษฐกิจตกต่ำ

ประชุมอาเซียน เกรียนไม่เลือกที่ มีเพื่อนเลว

ทำงานไม่ทันส่ง จิตแตก สมองผูก อัพบล็อกไร้สาระ ฯลฯ

 

แล้วจะใช้ชีวิตอยู่มีความสุขได้อย่างไร

ผมอยากจะขอนำเสนอ 12 วิธีง่ายๆ ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

 

1.ตั้งสติให้มั่น การมีสติกับทุกอย่าง จะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้อย่าง...."

 

"พี่คะ หนังสือเล่มนั้นถ้าไม่ซื้อ ก็ห้ามอ่านค่ะ"

 

          เสียงหวานจากพนักงานขายดังขึ้น แต่หน้าตาไม่ได้หวานตามน้ำเสียงไปด้วย กลับดูคล้ายจะหาเรื่องเสียด้วยซ้ำไป เต้าหู้ หญิงสาวที่กำลัง(แอบ)อ่านหนังสืออยู่ เงยหน้าขึ้นมายิ้มแหยๆ แล้วเก็บหนังสือไว้ที่ชั้นตามเดิม ก่อนจะค่อยๆเดินหนีพนักงานสาวหน้าโหดออกมา แต่แล้ว...

 

"พี่คะ พี่ทำปกหนังสืองออ่ะค่ะ เพราะฉะนั้นพี่จงซื้อหนังสือเล่มนี้ไปซะดีๆ"

 

          เต้าหู้ทำหน้าเหรอหรา เกิดมาเธอไม่เคยพบไม่เคยเจอพนักงานขายที่ไหนบังคับขู่เข่นลูกค้าแบบนี้มาก่อน เธอจึงทำหน้าตาน่าสงสาร แล้วบอกว่า

 

"โหน้อง ตังค์จะกินข้าวพี่ยังไม่มีเลย นี่กะว่าจะมาเสพตัวอักษรแทนข้าวกลางวันนะเนี่ย น้องอย่าให้พี่ซื้อเลยนะ นะ"

 

          แต่ดูเหมือนคุณน้องพนักงานขายจะไม่ยอม หลังจากที่เต้าหู้ทั้งออดอ้อน บีบน้ำตา ร้องไห้ แล้วลงไปนอนดิ้นๆกับพื้น(ไม่ใช่ละ) พนักงานขายผู้มีความอุตสาหะดีเยี่ยมก็ยังยืนยันจะให้เธอซื้อหนังสือเล่มนั้นให้ได้ เต้าหู้จึงจำใจหยิบหนังสือขึ้นมา และจ่ายเงินไปด้วยความหมดอาลัยตายอยาก(ไหนทีแรกบอกไม่มีตังค์ไง) แล้วเธอก็เดินออกมาจากร้านหนังสือพร้อมกับสัญญาว่า ชาติหน้าฉันใดเธอจะไม่เดินเข้าร้านหนังสือร้านนี้อีกแล้ว

 

          เต้าหู้เช่าห้องอยู่ที่แฟลตเล็กๆใจกลางกรุงเทพฯ เธอเคยทำงานในร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในสยามแสควร์ และเธอก็พึ่งจะตกงานมา เธอต้องหางานทำใหม่อย่างเร่งด่วนที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเงินที่เหลือติดตัวอยู่ไม่กี่ร้อยบาทของเธอ ถูกละลายหายไปกับหนังสือ How to เล่มหนึ่ง

 

           เต้าหู้ไปสอบสัมภาษณ์มาหลายแห่ง แต่เธอไม่รู้ว่าจะมีใครรับเธอหรือเปล่า เพราะคณะที่เธอจบมาดูจะไม่ตรงกับสายงานที่เธอไปสมัครมาสักเท่าใด เต้าหู้คิดในใจอย่างอ่อนล้า ความเครียดมักทำให้เธอหัวใจเต้นแรงและหายใจไม่ออก เธอล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียง แล้วเธอก็เหลือบไปเห็นหนังสือที่เธอซื้อมา

 

"12วิธี ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข"

 

          หญิงสาวพึมพำชื่อหนังสือเบาๆ แล้วคว้ามันขึ้นมาอ่าน เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านึกอย่างไรถึงได้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน เมื่อแรกที่เธอเห็นหนังสือเล่มนี้ เธอกำลังเดินไปหาอะไรกิน แล้วเธอก็เดินผ่านร้านหนังสือ  วินาทีนั้นเอง ที่ชะตาฟ้าลิขิตกำหนดให้เธอหันไปมองหนังสือเล่มนั้นพอดี มันเป็นหนังสือแนะนำที่โชว์หราอยู่หน้าร้าน รวมกับบรรดาหนังสือธรรมะ นิยาย และชีวะประวัติอื่นๆ ชื่อหนังสือคงสะกิดใจเธอ เต้าหู้จึงหยิบมันขึ้นมาอ่าน แล้วเธอก็ถูกพนักงานขายคะยั้นคะยอ(จนแทบจะเอามีดมาจ่อคอ)ให้ซื้อหนังสือเล่มนี้มา

 

          เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม วิธีใช้ชีวิธีอย่างมีความสุขเพียง 12 วิธี ถึงเขียนออกมาได้มากมายเป็นหนังสือที่มีความร้อย 200 กว่าหน้า เต้าหู้อ่านหนังสือฆ่าเวลาไปเรืื่อยๆ จนกระทั่งถึงบรรทัดสุดท้าย

 

"ให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะครับ"

 

          เต้าหู้กระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ประโยคให้กำลังใจสุดท้ายจากผู้เขียน ทำให้เธอวิ่งไปหากระดาษกับดินสอมาจด 12 วิธีนั้นลงกระดาษทันที

 

"1.มีสติ

2.รู้จักวางแผน

3.ลู้ฉักปะหัด..."

 

          จดไปถึงบรรทัดที่สามเต้าหู้ก็เริ่มจดมั่ว เธอกำลังจินตนาการว่าถ้าวันพรุ่งนี้มีจดหมายสักฉบับส่งมาบอกให้เธอไปเตรียมตัวฝึกงานได้ เธอจะทำอย่างไรบ้าง เธอจินนาการว่าถ้าหากเดือนนี้ยังไม่มีใครตัดสินใจจะจ้างเธอเธอจะอะไรต่อไปดี เธอเริ่มคิด คิด คิด คิด และคิด แล้วใจของเธอก็เตลิดเปิดเปิงไปจากกระดาษในมือมากขึ้นทุกที เต้าหู้ก้มลงมองกระดาษที่จด แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นภาษาต่างดาวอยู่บนกระดาษ

 

"4.ย่าติดมาก

5.จงลิ้มกับสุขเรื่อง

6.งานไม่ใช่แมวเหมียว

7.จงกินข้าวให้อร่อย..."

 

          ดูเหมือนจิตใจล่องลอยของเธอจะทำให้สิ่งที่เธอจด ผิดเนื้อหาใจความไปจากที่ตั้งใจไว้(อย่างแรง) ข้อแรกๆเธอเขียนแต่จดผิดจดจถูก จดตกหล่นไปบ้าง แต่ข้อหลังเธอใจความกลับเปลี่ยนไปทั้งประโยค เต้าหู้มองดูสิ่งที่เธอเขียนอย่างงงๆ แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ ที่เธอเขียนผิดออกมาได้มั่วขนาดนี้ เพราะเธอไม่มีสตินี่นา ก็เหมือนกับคนเราที่ทำอะไรโดยไม่มีสติ สิ่งที่เราทำก็มักจะผิดพลาดเสมอ และความผิดพลาดนั่นแหละ ที่เป็นตัวนำความคิดมาสู่เรา เต้าหู้ยิ่มแฉ่งกับตัวเองเมื่อคิดว่าเริ่มเข้าใจสิ่งที่หนังสือบอกกับเธอ แต่ว่า

 

"อ้าวกรรม ข้อ 1 จงมีสติ ข้อ 2 รู้จักวางแผนอยู่เสมอ เมื่อกี้ที่ไม่มีสติก็เพราะคิดวางแผนในอนาคตไม่ใช่รึ"

 

          เต้าหู้เริ่มกลับมางงอีกครั้ง เธอสั่นหัวเบาๆเหมือนจะปัดเป่าความไม่เข้าใจทั้งมวลออกไปจากตัวเธอ หญิงสาวหยิบยางลบขึ้นมา จะลบข้อความทั้งหมดที่เขียนไว้แล้วก็นึกขึ้นได้ถึงข้อความหนึ่งในหนังสือ

 

"1.ตั้งสติให้มั่น การมีสติกับทุกอย่าง จะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้อย่างง่ายดาย แต่ว่าทำอย่างไรเล่าจึงจะมีสติได้ หรือนี้ผมได้เขียนไว้อย่างละเอียดในหนังสือที่ชื่อว่า 5สิ่งที่ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติ ลองไปหาอ่านกันดูนะครับ แต่ก่อนอื่นผมจะยกตัวอย่างวิธีตั้งสติง่ายๆครับ

ขั้นแรกเลย เลิกใช้ยางลบ ครับ อ่านถูกแล้วล่ะครับ ไม่ว่าจะเลิกน้ำยาลบคำผิด ctrl+z หรือการย้อนกลับทั้งหลายทั้งแหล่ เลิกเลยครับ เพราะชีวิตก็เหมือนกระดาษเปล่า การกระทำของเราก็เหมือนกับดินสอ เมื่อเราทำอะไรลงไปก็จะเกิดเป็นริ้วรอยอยู่บนชีวิต เหมือนรอยขีดดินสอในกระดาษ ต่างกันก็ตรงที่ ...."  

 

          เต้าหู้ไม่ได้นึกต่อว่าหนังสือเล่มนั้นให้เหตุผลอะไรกับการห้ามใช้ยางลบ แต่เพื่อการปฏบัติตามที่ดี หญิงสาวจึงโยนยางลบทิ้งไป แล้วหยิบกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมาเขียนแทน พอเธอเขียนผิดครั้งหนึ่งเธอก็เปลี่ยนกระดาษแผ่นหนึ่ง จนถังขยะในห้องของเธอเริ่มล้นไปด้วยกระดาษ พอเต้าหู้เห็นสภาพถังขยะของเธอ ก็ถึงกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ แล้วเธอก็กลับไปอ่านทวน 12 วิธีในการใช้ชีวิตอีกครั้ง

 

"1.ตั้งสติให้มั่น

2.รู้จักวางแผน

3.รู้จักประหยัด

4.อย่าคิดมาก

5.จงยิ้มกับทุกเรื่อง

 

โอ๊ย อะไรของมันฟะ ตั้งสติให้มั่นแล้วทำไมไม่ให้ใช้ยางลบ มันเกี่ยวกันมั้ยห๊ะ แล้วอะไรของมัน ให้ตั้งสติแล้วก็ให้วางแผน ถ้านั่งวางแผนสติก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถ้าตั้งสติก็วางแผนไม่ได้ แล้วยังมารู้จักประหยัดอะไรนี่อีก ห้ามใช้ยางลบ เวลาเขียนผิดก็ต้องเปลี่ยนกระดาษใหม่ แล้วมันจะประหยัดได้ยังไงห๊า แล้วยังอย่าคิดมาก ยังให้ยิ้มกับทุกเรื่อง ไม่ใช่คนบ้านะเว้ยเฮ้ย จะให้ยิ้มกับทุกเรื่อง แกจะบ้าเรอะ เขียนอะไรไม่คิด แล้วอี 12 วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุขเนี่ย มัน 12 วิธีใช้ชีวิตให้มีความทุกข์มากกว่าไหม @$*&)(+(()*^W@+_))+"

 

          เต้าหู้ยังคงบ่นโวยวายต่อไปกับ how to ที่เธอไม่เข้าใจ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเอาหนังสือไปปาทิ้งก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตของเธอต่อตามปกติ แล้วเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยประการฉะนี้แล.

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เรื่องสั้นเรื่องแรกที่แต่งสดๆในคอมโดยไม่มีการวางแผนใดๆทั้งสิ้น

ไม่แน่ใจว่าใครเข้ามาอ่าน จะเข้าใจหรือเปล่า

เลยขอสรุปสิ่งที่พยายามจะสื่อนิดหนึ่ง

 

เรื่องนี้ได้แนวมาจากตอนที่เข้ามาอ่านบล๊อกในเอ็กซ์ทีน

แล้วเจอเอนทรี่ฮาวทูบ่อยมาก

บางอันเราก็ชอบ บางอันก็ไม่ชอบ

เราก็เลยพยายามทำตามอันที่ชอบ

แต่มันทำไม่ได้สักที ก็เลยเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

 

เขียนไปก็เริ่มสงสัยไปว่า

ตกลงที่ทำตาม how to ไม่ได้

เพราะหนังสือมันห่วย หรือคนทำมันห่วยกันแน่555+

 

 

ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะคะ

 

 

 

ป.ล.เอนทรี่นี้ไม่เกี่ยวกับบุคคล หรือ สถานที่จริง ใดๆทั้งสิ้น

 

edit @ 31 Jan 2015 12:11:16 by Waterlily

Comment

Comment:

Tweet

น่าลองทำตาม

#9 By E.T.*** on 2009-03-26 09:40

เฮ้อ...
เต้าหู้เอ๊ย ยังไม่ทันอ่านจบเลย แล้วจะณุ้มั้ยเนี่ย ว่าเค้าหมายความว่ายังไง

เข้าใจคิดดีนะครับ วันหลังจะขอตามอ่านบ่อยๆนะconfused smile

#8 By nonene noname on 2009-03-09 16:43

อยากให้หัวสมองของตัวเองได้ใช้ความคิดแบบนี้บ้างจัง

#7 By คลื่นเหงา... (125.26.36.160) on 2009-03-09 12:19

หวัดดีคับ "นักอยากเขียน"
เราก็เป็นคนนึงเหมือนกัน ที่เป็น นักอยากเขียน
^oo^
ยินดีที่ได้รุ้จักคร้าบบบบ

#6 By Ihayo09 on 2009-03-06 17:57

จะทุกข์ก็เพราะอ่านเรื่องน้องเต้าหู้นี่แหล่ะค่ะ
อ๊ะล้อเล่น confused smile

#5 By eeddy(อี๊ด) on 2009-03-06 17:42

ชีวิตยังไม่จบ...
อย่าเพิ่งจองโลงศพให้ตนเอง..

Hot! Hot! Hot!

สุดยอดมากเลยคับ

โตไปแต่งหนังสือ ซีไรท์

ให้พี่อ่านหน่อยสิคับ

พี่อยากอ่าน...

แล้วพี่จะคอยอ่านนะ

..อนาคต กวีซีไรท์..

สู้ ๆ นะ คับ big smile

#4 By Blog on 2009-03-06 01:19

How to ของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับconfused smile
ทุกคนมีทางที่ต่างกัน
แม้จะเหมือนกันบ้างก็คงเล็กน้อย

หากอยากสร้างฮาวทูด้วยตนเองได้
ก็ต้องรู้เป้าหมายว่า อยากทำอะไรออกมา
แล้ววิธีการจะตามมาเอง big smile

#3 By Nerd de Scriptorus on 2009-03-04 19:38

ชีวิตไม่มี how to

#2 By sansanae on 2009-03-04 10:01

555+

ตลกดีจังอุสสาลุ้นตอนจบ เต้าหู้หักมุมซะงั้นconfused smile sad smile

#1 By zero-be on 2009-03-03 11:20