อกหัก

posted on 02 Sep 2008 19:23 by lilinjang in story
 

ฉันเดินเข้าไปในร้านประจำของเราสองคน ร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ ร้านที่ทำให้เราสองคนโคจรมาพบกัน เขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวโปรด ที่ประจำของเราสองคน ฉันก้มลงมองนาฬิกา น่าแปลกที่วันนี้เขาเป็นฝ่ายมานั่งรอเธอก่อน ปกติแล้วฉันมักจะเป็นฝ่ายที่มานั่งคอยเขามากกว่า ฉันเผยอรอยยิ้ม แล้วเอ่ยทัก  

                “แหม วันนี้ดูท่าฝนจะตก มีอะไรหรือเปล่าถึงได้มานั่งรออยู่ก่อนเนี่ย

                เขานิ่งเงียบ ใบหน้าเคร่งขรึม ไม่เอื้อนเอ่ยวจีใดออกมา รอยยิ้มของฉันค่อยๆหุบ ความเคร่งเครียดผสมความห่วงใยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉัน

                เป็นอะไรหรือเปล่า วันนี้ดูเครียดๆนะ

คำล่า...

หือเรฟ มีอะไรบอกล่าได้นะ เรฟมีปัญหาอะไร ล่าจะช่วยทุกอย่างเลย

...เราเลิกกันเถอะ...

อะไรนะ...เรฟล้อล่าเล่นใช่ไหม...เรฟ....ทำไมถึงทำแบบนี้....ไหนบอกว่าจะรักล่าตลอดไปไง...เรฟ

ขอโทษนะล่า แต่เราคงไปกันไม่ได้ 

….......

                เหมือนมีใครเอาอะไรมาฟาดหน้าฉันแรงๆ รู้สึกร้อนผ่าวที่นัยน์ตา แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา ราวกับว่า หยาดน้ำใสๆที่กักเก็บอยู่ข้างใน จะระเหยแห้งไปพร้อมกับความรู้สึก เขาเดินจากไปตั้งแต่จบประโยคสุดท้ายแล้ว หัวใจของฉันเหมือนหยุดเต้น สมองสั่งการให้ค่อยๆหันหลังกลับ เดินออกจากร้านไปเหมือนซากศพที่เดินได้ ฉันเหลือบไปมองชื่อร้านอีกครั้ง...สุริยาหีบศพ...ร้านของพ่อเขา

                ฉันยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์วันที่ฉันมาพบกับเขา แม่ของฉันคิดว่าที่นี่เป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ จึงพาฉันเข้าไปเลือกซื้อเตียงนอนใหม่ และ...ฉันก็ได้พบกับเขา วันต่อมาหลังเลิกเรียนฉันจะมุ่งหน้าไปที่ร้านนั้น  ตรงเข้าไปบอกพ่อเขาว่า ฉันอยากจะหางานทำ พ่อของเขาตอบรับฉันไว้ด้วยความยินดี อาจเป็นเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงหลังปีใหม่ ซึ่งเป็นเวลาที่เมรุและร้านขายโลงศพแน่นขนัดที่สุด ไม่ว่าจะอย่างไร นับแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันก็เริ่มสนิทกับเขามากขึ้น มากขึ้น จนในที่สุดเราก็เป็นแฟนกัน เขาบอกว่าเขารักฉันมากเหลือเกิน รักแบบที่ชีวิตนี้จะไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว เขาสัญญาว่าจะรักฉันตลอดไป จะรักไปชั่วชีวิต และชั่วนิรันดร์...

                แต่ทำไมกันนะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ ฉันเดินมาถึงปากซอยทางเข้าบ้าน ฉันก็ตัดสินใจหันหลังกลับ เดินเรื่อยเปื่อยไปตามถนน  จนกระทั่งถึงตึกสูงแห่งหนึ่ง ฉันตัดสินใจเดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด ขึ้นไปที่ดาดฟ้า

                ...เหนื่อย....

                ไม่รู้ว่าเหนื่อยเพราะเดินขึ้นบันไดมา 23 ชั้น หรือเพราะเหนื่อยกับชีวิตกันแน่ ความกดดันค่อยๆถาโถมเข้ามา แฟนก็ทิ้ง หน้าตาก็ขี้เหร่ เรียนก็ไม่เก่ง เพราะอย่างนี้สินะถึงได้

                ...เหนื่อย...

                การจะใช้ชีวิตอยู่ มันเหนื่อยจริงๆ ถ้าจะเดินกลับบ้าน ก็ต้องลงบันไดอีก 23 ถ้าจะกลับบ้าน ก็คงต้องเดินผ่านร้านของเขา ต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่กับความเจ็บปวดที่ฉันไม่ต้องการ ทำไมนะ ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม

                ฉันทอดสายตาไปข้างล่าง เห็นเขาเดินอยู่กับผู้หญิงอีกคน เดินเคล้าคลอเคลียกันไปตามถนน โดยไม่สนใจสายตาของใคร ฉันมอง มอง มอง มอง และมอง เท้าทั้งสองข้างก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ก้าวไปข้างหน้า ก้าวไปข้างหน้า และก้าวไปข้างหน้า จนกระทั่งไม่สามารถจะก้าวเดินต่อไปได้อีก ร่างกายของฉันปะทะสายลมเย็นเฉียบ เสียงลมพัดอื้ออึง เสียงคนร้องตะโกนโหวกเหวก ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายกระทบกับอะไรแข็งๆ หูของฉันได้ยินผู้หญิงคนหนึ่งร้อง โอ๊ะ ฉันไม่สน ตอนนี้ฉันสบายแล้ว ฉันพริ้มตาลงอย่างมีความสุข รู้สึกร้าวรานไปทั่วทั้งร่างกาย แต่ความรู้สึกกลับไม่ร้าวรานตามไปด้วย ฉันมีความสุข ดีใจที่ได้ปลดปล่อยทุกอย่างออกไปให้หมด ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็น คือเขากับเธอคน ยังคงเดินควงแขนกันต่อไป โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาและเธอยังคงไม่สนใจและไม่รับรู้อะไร ว่าการกระทำของพวกเขาทั้งสอง ได้จบชีวิตของคนๆหนึ่งลงอย่างโหดร้าย หรือบางที นี่อาจเป็นวิธีหาเงินของเขา จริงสินะ...ฉันยิ้ม ไม่ได้ยิ้มเพราะมีความสุขแต่เป็นยิ้มที่เย้ยหยันตัวเอง

                ถ้าฉันตายไป ร้านของพ่อเขาก็คงได้เงินเพิ่มอีกหลายพัน

 

 

edit @ 2 Sep 2008 19:25:11 by นักอยากเขียน

edit @ 31 Jan 2015 12:22:43 by Waterlily

Comment

Comment:

Tweet

เจ๋งเป้งเลยเพื่อน แต่งดีหวะ ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คิดได้ไงquestion

#3 By รักคนชื่อม... (203.172.129.130) on 2008-09-04 09:55

อกหัก ดีกว่ารักไม่เป็น

ฮิ้วววopen-mounthed smile

#2 By คาโตเน่ on 2008-09-02 20:04

big smile

#1 By Bluemoon on 2008-09-02 19:28