เรียน...ฟรี(?)...สิบห้าปี

posted on 21 Dec 2010 19:41 by lilinjang
หลังจากหายไปนาน(มาก)
จะขอเปิดด้วยประเด็น
 
"เรียนฟรีสิบห้าปี"
 
อ๊ะ! อ๊ะ! เปล่านะ
 
เปล่าค่ะ
ไม่มีเจตนาจะวิจารณ์ใคร
จะไม่พูดไกลถึงคนใหญ่คนโต
แต่จะเล่าประสบการณ์ในโรงเรียนของตัวเองนี่แหละ
 
 
ไม่ใช่เรื่องใหม่
แต่อัดอั้นตันใจมานาน
 
เพราะตั้งแต่มีนโยบายเรียนฟรีสิบห้าปีเกิดขึ้น
นักเรียนสพฐ.ตาดำๆคนนี้ก็ไม่ได้รับการยกเว้นค่าเทอมแม้แต่น้อย
 
แม้มันจะแฝงมาในชื่อที่สวยหรดูดีต่างๆ
อาทิ ค่าบำรุงรักษาการศึกษา
ค่าจ้างครูสอนภาษาชาวประเทศ
ค่าจ้างครูเชี่ยวชาญมนสาชาเฉพาะ
ค่าจ้างบุคลากรปฏิบัติงานในสถานศึกษา
ค่าสอบคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนจัดให้
ค่าน้ำ
ค่าไฟ
บลาๆๆ
 
รวมๆแล้วก็พันกว่า เกือบสองพัน
แต่ไม่เป็นไร
เราถือคติว่า
 
"การศึกษาคือการลงทุน"
 
ก็เลยสงบปากสงบคำ
ก้มหน้าก้มตาจ่ายตังค์ต่อไป
 
 
กระทั่งช่วงที่ผ่าน
 
หลังจากช่วงปิดเทอมเล็กอันแสนสบาย
ข้าพเจ้าและผองเพื่อนก็เปิดเทอมมาพบกับ
"มหันตภัยกิจกรรม"
 
ตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดเทอม
อาจารย์ไม่ต่ำกว่า 10 ท่าน
แวะเวียนมาที่ห้องเรียนของข้าพเจ้า
เพื่อหาตัวนักเรียนไปทำกิจกรรม
 
และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครในห้องเรียนของข้าพเจ้าได้เรียนเต็มเวลาเลยสักคน
 
ตั้งแต่เปิดเทอมจนถึงปัจจุบันนี้ (รวมเวลาเกือบ 2 เดือน)
ซึ่งเป็นช่วงสอบกลางภาค
 
ข้าพเจ้าได้พบกับอาจารย์วิชาสอนวิชาสุขศึกษา 1 คาบเรียน
ได้เรียนกับครูสอนภาษาชาวต่างประเทศ 2 คาบเรียน
(ซึ่งเสียค่าครูต่างประเทศไป 500 บาท)
 
รวมถึงวิชาอื่นๆที่ได้เข้าเรียนอย่างกระปริบกระปรอย
เนื้อหาบางวิชาไม่เคยได้เรียนเลย
แต่พอโผล่ไปเข้าเรียนคาบแรก
ก็ต้องสอบเก็บคะแนน
 
แล้วหนูจะเอาอะไรไปสอบคะคุณครู?
 
กิจกรรมเยอะขนาดที่มีผู้ปกครองโทรศัพท์มาโวยวายกับท่านผู้อำนวยการว่า
"กิจกรรมเยอะมาก ทำให้ลูกไม่มีเวลาเรียนหนังสือ"
 
ผอ.ก็ออกมาตอบอย่างชื่นมื่นว่า
"กิจกรรมนั้น ก็คือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง"
 
คำตอบน่าประทับใจมากค่ะ
 
แต่ขอประทานโทษ
ในฐานะเด็กกิจกรรมคนหนึ่ง
ขอตะโกนดังๆเลยว่า
 
"กิจกรรมนักเรียนจะมีประโยชน์ ก็ต่อเมื่อ ได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียน"
เพราะกิจกรรมนักเรียน
คือการ พัฒนา นักเรียน
ไม่ใช่การโยนงานบ้าบออะไรไม่รู้มาให้นักเรียนทำ
โดยไม่มีคำแนะนำ ไม่มีแนวทาง หรือการสนับสนุน คำปรึกษาใดๆทั้งสิ้น
 
ขนาดนักศึกษาปริญญาเอก
ยังต้องมีโปรเฟสเซอร์
 
แล้วนักเรียนตาดำๆอย่างพวกเราเป็นใคร
จะทำกิจกรรมให้ออกมาดีได้ โดยไม่ได้รับแนวทางในการดำเนินงาน
 
ไม่ได้หมายถึงให้อาจารย์มาคิดแทนทั้งหมด
 
แค่สนับสนุน...ก็พอ
 
 
แต่ท่านผู้อำนวยการแทบไม่เคยสนับสนุนกิจกรรมนักเรียนเลย
 
สิ่งเดียวที่ท่านสนใจ คือวงดนตรีลูกทุ่งของท่าน
ซึ่งเป็นเพียง 1 ในกิจกรรมล้านแปดแสนอย่างของโรงเรียน
 
แล้วกิจกรรมอย่างอื่น
จะเป็นตายร้ายดียังไง
...ช่างหัวมัน....
 
 
เช่น
 
 
ข้าพเจ้าและเพื่อนช่วยกันทำละคร
หมดเงินไปกันคนละหลายร้อยบาท....จะขอเบิก....ไม่ได้
 
เพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่งจะไปแข่งศิลปะ
ยื่นเรื่องขอเบิกสีน้ำไปตั้งแต่ปีมะโว้
โรงเรียนพึ่งให้สีมา.....เมื่อวันที่แข่งเสร็จไปแล้ว
 
เอามาเพื่อ...?
 
 
กิจกรรมนักเรียนที่ห่วยแตก
ไม่เพียงแต่กินเวลาเรียน
และทำให้นักเรียนเสียตังค์โดยใช่เหตุ
 
แต่ยังไม่ทำให้เกิดการเรียนรู้ใดๆอีกด้วย
ไม่ได้ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพนักเรียนแต่อย่างใด
แถมบางครั้งยังทำให้นักเรียนที่ทุ่มเททำงานต้องเสียความรู้สึกโดยใช่เหตุ
 
ซึ่งแน่นอนว่านี่ผิดวัตถุประสงค์ของการทำกิจกรรมนักเรียนอย่างร้ายแรง
 
หากจะมีอะไรที่ข้าพเจ้าเรียนรู้จากการทำกิจกรรม
ก็คงจะเป็นความเห็นแก่ตัวของคนบางคน
 
ทำดีเสมอตัว ทำชั่วโดนด่า
 
 
อาจารย์เพียงแค่สั่งงาน
แล้วก็คาดหวังว่าเราจะทำงานออกมาเลิศหรูอลังการ
...โดยไม่ช่วยอะไรเลย...
 
แล้วเราจะทำกิจกรรมนักเรียนไปเพื่ออะไรคะ
 
 
เงิน 500 บาทที่จ่ายไปเพื่อเรียนกับครูภาษาต่างประเทศ
หนูก็ไม่มีโอกาสได้เรียน
เงินค่าบำรุงการศึกษาอีกพันกว่าบาท
หนูก็ได้เรียนแบบขาดๆเกินๆ
แถมยังต้องเสียตังค์ค่ากิจกรรม
ที่ทำเพื่อชื่อเสียงของโรงเรียนล้วนๆ
 
โดยที่ตัวหนู
 
แทบจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย
 
 
เข้าใจซึ้งจริงๆ
คำว่า
 
"ของฟรีไม่มีในโลก"

 
ของฟรีมักเป็นของด้อยคุณภาพ
และของมีคุณภาพที่เป็นของฟรี....ก็มักจะฟรีไม่จริง
 
 
ตอนนี้ไม่เพียงแต่รู้สึกว่าไม่ได้เรียนฟรีเท่านั้น
แต่ยังรู้สึกเหมือนถูกขูดรีดอีกด้วย
 
 
เสียเงินยังไม่เท่าไหร่
แต่เสียความรู้สึกนี่ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ :(
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ว่าแล้วก็ขอตัวไปอ่านหนังสือสอบวิชาสุขศึกษาที่ยังไม่ได้เรียนเลยสักคาบ T^T